คนเยเมนไม่มั่นใจข้อตกลงหยุดยิงของยูเอ็นที่โฮไดดาห์

ชาวเมืองโฮไดดาห์ ซึ่งเป็น “เมืองท่ายุทธศาสตร์” ของเยเมน มองว่าข้อตกลงหยุดยิงที่คู่กรณีทั้งสองฝ่ายลงนามร่วมกันเมื่่อสัปดาห์ที่แล้ว สามารถ “ล่มได้ทุกเมื่อ” แม้มีสหประชาชาติเป็นตัวกลางก็ตาม

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองโฮไดดาห์ ประเทศเยเมน เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.ว่าแม้ผู้แทนฝ่ายรัฐบาลพลัดถิ่นของเยเมนซึ่งปักหลักอยู่ที่เมืองเอเดน ริมชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศ และได้รับความสนับสนุนจากซาอุดีอาระเบีย กับผู้แทนของกองกำลังฮูตีซึ่งฝักใฝ่อิหร่าน ที่ยึดครองกรุงซานาได้อย่างเหนียวแน่นตั้งแต่เดือนก.ย. 2557 จรดปากกาลงนามร่วมกัน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ในข้อตกลงหยุดยิงที่เมืองท่าโฮไดดาห์ ริมชายฝั่งทะเลแดงที่อยู่ทางตะวันตกของประเทศ หลังเจรจากันนานหลายวันที่กรุงสตอกโฮล์ม เมืองหลวงของสวีเดน โดยนายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) เป็นสักขีพยานในพิธีลงนามด้วยตัวเอง    
  
อย่างไรก็ตาม มีรายงานภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น เกิดการยิงต่อสู้กันทั้งด้วยปืนกลและปืนใหญ่  ในเขตภาคใต้และภาคตะวันออกของเมืองโฮไดดาห์  นายโนฮา อาหมัด ชาวเมืองโฮไดดาห์ วัย 28 ปี กล่าวว่าประชาชนในพื้นที่ทุกคนยินดีมากเมื่อทราบข่าวคู่กรณีทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงหยุดยิง แต่ “ความสุข” นั้นกลับคงอยู่ได้เพียงไม่กี่ชั่งโมง ขณะที่ชาวบ้านผู้ไม่ประสงค์ออกนามคนหนึ่งกล่าวว่า เอกสารฉบับนั้นคือ “ข้อตกลงหยุดยิง” หรือ “ข้อตกลงให้รบต่อ” กันแน่

ทั้งนี้ สาระสำคัญของข้อตกลงที่รวมถึงการหยุดยิงในเมืองโฮไดดาห์แล้ว ยังรวมถึงการแลกเปลี่ยนเชลยศึกรวมกันทั้งสองฝ่ายประมาณ 15,000 คน โดยการส่งตัวจะเกิดขึ้นที่เมืองตาอิซ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ 3 ของประเทศ แม้เป็นเขตอิทธิพลของรัฐบาลแต่อยู่ท่ามกลางวงล้อมของฝ่ายกบฏ และทั้งสองฝ่ายตกลงเจรจาครั้งใหม่ร่วมกันในเดือนม.ค. นี้ โดยจะมีการกำหนดสถานที่อีกครั้ง ด้านนายมาร์ติน กริฟฟิธส์ ทูตพิเศษด้านกิจการเยเมนของยูเอ็น เรียกร้องการจัดตั้งคณะทำงานพิเศษอย่างเร่งด่วน เพื่อติดจามสถานการณ์หยุดยิงในเมืองโฮไดดาห์ และการที่ทั้งสองฝ่ายต้องถอนกำลังพลและสรรพาวุธออกจากพื้นที่ด้วย.