ดูบอลออนไลน์ : ความสำเร็จเกิดจากการทำงานร่วมกัน

ดูบอลออนไลน์ : ความสำเร็จเกิดจากการทำงานร่วมกัน ผมคิดว่าสิ่งที่ฉลาดที่สุดที่คนแข็งแกร่งจะทำคือการนำคนที่เก่งกว่าคุณในด้านใดด้านหนึ่งมาทำงานร่วมกันกับคุณ”เจอร์เก้น คล็อปป์ เคยพูดถึงเหล่าทีมงานรอบตัว

ความสำเร็จเกิดจากการทำงานร่วมกัน
ทั้งชื่อและนามสกุลเหมือนอดีตแบ็กซ้ายเด็กปั้นสโมสร แจ็ค เคยผ่านงานโค้ชกับแมนฯยูไนเต็ด 7 ปี รวมถึงทีมชาติอังกฤษชุดรุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี และ 17 ปี เขาเพิ่งเข้ามาเป็นทีมงานของเจอร์เก้น คล็อปป์ เมื่อเดือนกันยายน 2018 เพื่อแบ่งเบาภาระของ จอห์น อัชเตอร์เบิร์ก อีกหนึ่งโค้ชประตูของทีม

หลายคนสงสัยว่า ในเมื่อเรามีโค้ชผู้รักษาประตูอยู่แล้วทำไมต้องตั้งผู้ช่วยเข้ามาด้วย? คล็อปป์ บอกตอนที่ดึงแจ็คเข้ามาใหม่ๆ ว่า แจ็คเป็นคนที่เก่ง หลายคนชื่นชมเขา สื่งที่ได้เห็นจากการซ้อม ซึ่งมันมีอะไรที่น่าสนใจ อีกอย่าง จอห์น(อัชเตอร์เบิร์ก) ก็เห็นดีเห็นงามด้วยที่จะมีคนเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระเพิ่มอีกหนึ่งคน โดยสองผู้รักษาประตูดาวรุ่งอย่าง คามิล กราบาร่า และ เคาอิมฮิน เคลเลเฮอร์ ก็ได้รับการดูแลจากเขา

ความสำเร็จเกิดจากการทำงานร่วมกัน
โค้ชชาวดัตช์ เคยทำงานในยุคของเบรนแดน ร็อดเจอร์ส จนถึงยุคเจอร์เก้น คล็อปป์ ช่วงแรกๆ ก่อนที่เจ้าตัวจะออกไปรับงานคุมทีมชุดใหญ่เต็มตัวกับเอ็นอีซี ไนจ์เมเก้น

การออกจากทีมของเซลจ์โก้ บูวัช อดีตผู้ช่วยผู้จัดการทีม คล็อปป์ไม่รอช้าที่จะรีบดึง ลินเดอร์ส เข้ามาทดแทนตำแหน่งที่ว่างอยู่ “ผมยังมีมิตรภาพที่ดีกับเขาเสมอ และดีใจมากที่เขากลับมาสู่ทีมของเรา” คล็อปป์เปิดใจหลังดึงลินเดอร์สกลับมาลิเวอร์พูลอีกครั้ง

จุดเด่นของลินเดอร์ส คือเป็นคนที่เข้าใจในการดูแลนักเตะเยาวชน เพราะเคยเป็นโค้ช U-16 มาก่อนในช่วงแรกที่อยู่กับทีม ที่สำคัญก่อนที่เขาจะเข้ามาลิเวอร์พูลรอบแรกนั้น ลินเดอร์ส เคยทำงานในทีมเยาวชนของปอร์โต้ตั้งแต่รุ่น U-8 ไปจนถึงรุ่น U-19 จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงเชี่ยวชาญในการดูแลดาวรุ่ง รวมถึงพูดได้หลายภาษา นักเตะอย่าง รูเบน เนเวส, อันเดร โกเมส, อันเดร ซิลวา,ดีเอโก้ ดาโลต์ รวมถึงชูเอา เฟลิกซ์ ล้วนแต่เป็นเพชรที่ลินเดอร์สค้นพบ

ส่วนในทีมลิเวอร์พูล ลินเดอร์ส คือคนที่ปลุกปั้นเทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ จนเป็นตัวหลักของทีม และเป็นคนคอยให้คำแนะนำแก่คล็อปป์ว่าใครเหมาะสมที่จะได้รับการโปรโมตขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ หรือใครที่ควรออกไปหาประสบการณ์ก่อนเพื่อพัฒนาตัวเอง

ความสำเร็จเกิดจากการทำงานร่วมกัน
หลังแขวนถุงมือกับทรานเมียร์ โรเวอร์ส อัชเตอร์เบิร์ก ก็เข้ารับงานโค้ชกับลิเวอร์พูล ทันทีเมื่อปี 2009 โดยเริ่มต้นในตำแหน่งโค้ชผู้รักษาประตูทีมสำรองและเยาวชน ก่อนจะได้รับขึ้นเป็นโค้ชทีมชุดใหญ่ ในปี 2011

อัชเตอร์เบิร์ก ได้รับคำชมเสมอจากทั้งนักเตะและเจอเก้น คล็อปป์ นานมาแล้วตอนที่ซิมง มิโญเล่ต์ เปิดตัวนัดแรกกับลิเวอร์พูล ด้วยการเซฟจุดโทษของโจนาธาน วอลเตอร์ และพาทีมประเดิมเก็บสามแต้มในนัดเปิดซีซั่น 2013/14 นายด่านเบลเจี้ยนก็พูดถึงความยอดเยี่ยมของอัคเตอร์เบิร์ก ที่มีส่วนให้เกิดเหตุการณ์ประทับใจในวันนั้น

หลายคนคงได้เห็นภาพการฝึกซ้อมของผู้รักษาประตูลิเวอร์พูล แล้วสะดุดตากับอุปกรณ์รักบี้ ที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการซ้อม ซึ่งอัชเตอร์เบิร์ก มักจะนำอุปกรณ์รักบี้มาใช้ฝึกผู้รักษาประตูลิเวอร์พูล โดยหุ่นยางเปรียบเสมือนตัวที่คอยปะทะกับนายทวารเพื่อให้มีสมาธิมากขึ้นเมื่อต้องเจอสถานการณ์ที่ต้องรับมือลูกตั้งเตะ

ในรายของมือหนึ่งของทีมปัจจุบัน สาเหตุที่อลีสซง เบ็คเกอร์ ปรับตัวได้เร็วกับเวทีพรีเมียร์ลีก ส่วนหนึ่งก็มาจากการดูแลของอัชเตอร์เบิร์ก นายด่านแซมบ้าบอกว่า จอห์นไม่ใช่แค่โค้ชผู้รักษาประตูที่เก่ง แต่ยังเป็นคนที่ดีมากๆ ทุกคนที่นี่ไม่มีใครไม่รักเขา เขาช่วยทำให้ผมนิ่งและผ่อนคลาย การได้เรียนรู้จากเขาทำให้ตัวเองทำงานได้ดีขึ้น

อลีสซง ยังย้ำอีกว่า ผู้เล่นในตำแหน่งนี้ในทีมทุกคน ไม่ว่าจะ มิโญเล่ต์, คามิล กราบาร่า และเคาอิมฮิน(ควีวิน) เคลเลเฮอร์ ต่างก็มีความผูกพันกับอัคเตอร์เบิร์กทั้งสิ้น ซึ่งหลังคว้าแชมป์ยุโรปได้ เราก็ได้เห็นภาพของพวกเขาถ่ายรูปกับอัชเตอร์เบิร์กและโรบินสัน(ผู้ช่วย)

ไม่ใช่แค่ผู้รักษาประตูเท่านั้นที่ยกย่องอัชเตอร์เบิร์ก สตีเว่น เจอร์ราร์ด เคยบอกว่า ตัวเองก็ได้รับประโยชน์มากในเรื่องการยิงจุดโทษจากการวิเคราะห์ของโค้ชผู้รักษาประตูคนนี้

หากใครจำได้เกมซีซั่นที่แล้ว ระหว่างลิเวอร์พูล พบกับ แมนฯซิตี้ ที่แอนฟิลด์ จังหวะที่ริยาด มาห์เรซ กำลังจะยิงจุดโทษ กล้องจับภาพได้ว่าอัชเตอร์เบิร์ก โบกมือ, ชี้นิ้ว พยายามส่งสัญญาณถึงอลีสซงว่ามาห์เรซจะยิงไปในทิศทางไหน ซึ่งทิศทางมันก็เป็นไปตามที่เขาแนะนำ

ในเรื่องดีก็ยังมีเรื่องแย่ๆ อัชเตอร์เบิร์ก เคยถูกตั้งคำถามถึงเรื่องความสามารถ ว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้ทั้งมิโญเล่ต์ และลอริส คาริอุส มีปัญหาเรื่องฟอร์มการเล่น โดยพุ่งเป้าไปที่ไม่มีความสามารถในการรรีดศักยภาพผู้เล่นออกมาได้..

ความสำเร็จเกิดจากการทำงานร่วมกัน
ปีเตอร์ คราเวียตซ์ เป็นทีมงานดั้งเดิมของคล็อปป์ ตั้งแต่ที่ไมนซ์ 05 ร่วมกับเซล์จโก บูวัช ซึ่งปี 2015 ตอนที่คล็อปป์ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล ทั้งสามคนก็ย้ายมาที่นี่พร้อมๆกัน

จริงๆแล้ว ความสำคัญของคราเวียทซ์ก็ไม่แพ้บูวัช เพียงแต่ชื่อของเขาไม่ค่อยได้รับการพูดถึงมากนัก อย่างไรก็ดี บทบาททางหน้าสื่อของคราเวียตซ์ กับลิเวอร์พูล มีมากขึ้น หลังจากบูวัช อำลาทีมไปเมื่อช่วงท้ายซีซั่น 2017/18

เดิมทีเขาทำงานเป็นหัวหน้าแมวมองที่ไมนซ์ จนสร้างความประทับใจ ทำให้คล็อปป์ ที่มองเห็นเรื่องการอ่านขาดเรื่องศักยภาพนักเตะ จึงไม่แปลกนักที่เขาจะถูกยกให้เป็นเหมือน ดวงตา “The eyes” ของคล็อปป์

คล็อปป์และคราเวียตซ์ มีปรัชญาทำทีมสอดคล้องสอดคล้องกัน คือเล่นฟุตบอลให้สนุกสนาน ซึ่งคราเวียตซ์มักจะกระตุ้น คอยสร้างเสียงหัวเราะและรอยยิ้มให้กับคล็อปป์ได้เสมอ

จุดเด่นของคราเวียตซ์ คือเขาเป็นคนที่วิเคราะห์ผ่านวิดีโอได้เก่งมากๆ ตั้งแต่สมัยอยู่กับไมนซ์ และดอร์ทมุนด์ ที่เมลวู้ด(สนามซ้อมของลิเวอร์พูล) คราเวียตซ์ มักจะใช้กล้องเพื่อวิเคราะห์ว่าผู้เล่นยังต้องพัฒนาจุดไหนบ้างเพื่อนำมาพัฒนา

รายละเอียดที่ลึกลงไป ช่วงระหว่างพักครึ่งในแต่ละเกม คราเวียตซ์ จะระดมสมองกับคล็อปป์ เปิดวีดิโอให้ดูถึงวิธีการยืนตำแหน่ง เช่น เกมรับแต่ละคนยืนเป็นยังไง ใครบ้างที่หลุดตำแหน่ง “มันสำคัญมากกับการตอบสนองในช่วงพักครึ่ง เราต้องแสดงให้เห็นเราดีขึ้นหลังจากนั้น” คราเวียตซ์กล่าวยืนยัน