“วิกรมสิงเห” คืนสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีศรีลังกา

ประธานาธิบดีศรีลังกาแต่งตั้งนายรานิล วิกรมสิงเห ให้กลับมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หลังไล่ออกไปเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว แต่เป็นความเคลื่อนไหวที่อาจแก้ไขสถานการณ์ “ได้เพียงชั่วคราว”

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. ว่านายรานิล วิกรมสิงเห สาบานตนรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของศรีลังกา “อีกครั้ง” เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ในพิธีซึ่งจัดขึ้นเป็นการภายในที่กรุงโคลัมโบ โดยวิกรมสิงเห วัย 69 ปี กล่าวคำสาบานตนและรับเอกสารยืนยันจากประธานาธิบดีไมตรีปาละ สิริเสนา ซึ่งสร้างความตกตะลึงให้กับทุกฝ่ายทั้งในและต่างประเทศ ด้วยการปลดวิกรมสิงเหออกจากตำแหน่งเมื่อปลายเดือนต.ค. ที่ผ่านมา แล้วแต่งตั้งนายมหินทา ราชปักษ อดีตประธานาธิบดีซึ่งในความเป็นจริงถือเป็นคู่ปรับทางการเมืองต่อกัน ให้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี    
 
ทั้งนี้ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจุดชนวนวิกฤติการเมืองครั้งใหญ่ให้กับศรีลังกา เนื่องจากรัฐสภาลงมติถึง 6 ครั้ง ยืนกรานปฏิเสธรับรองราชปักษาในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ขณะที่วิกรมสิงเหยืนกรานว่าเขาคือ “นายกรัฐมนตรีตามกฎหมาย” ของศรีลังกา โดยอยู่ในตำแหน่งมาตั้งแต่ปี 2558 ส่งผลให้บรรยากาศทางการเมืองยิ่งตึงเครียดและอยู่ในภาวะสุญญากาศ เพราะกลายเป็นศรีลังกา “มีนายกรัฐมนตรี 2 คน” แต่กลับขาดรัฐบาลซึ่งจะสามารถบริหารกิจการบ้านเมือง “ได้อย่างชอบธรรม”

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางแรงกดดันอย่างหนักจากนานาประเทศโดยเฉพาะสหรัฐ และจีนกับอินเดียซึ่งไม่ประสงค์ให้ความขัดแย้งทางการเมืองครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อการแข่งขันทางเศรษฐกิจระหว่างทั้งสองฝ่าย ราชปักษาประกาศสละตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเพื่อให้วิกรมสิงเหกลับมาทำหน้าที่ “อย่างเป็นทางการ” แต่การที่สิริเสนากล่าวอย่างตรงไปตรงมาในพิธีสาบานตนของอีกฝ่ายว่า เขายังไม่มีความเชื่อมั่นในตัววิกรมสิงเห ซึ่งเป็นผู้ที่ “คอร์รัปชั่นอย่างร้ายแรง” กระนั้นเขาเคารพ “เสียงส่วนใหญ่” ในสภา ซึ่งหมายถึงแนวร่วมแห่งชาติเพื่อธรรมาภิบาล ( ยูเอ็นเอฟจีจี ) ของวิกรมสิงเห สะท้อนว่าสถานการณ์ทางการเมืองของศรีลังกาในตอนนี้คลี่คลาย “ในระดับหนึ่ง” เท่านั้น.